ข้าพเจ้าได้อ่านบทความ เรื่อง Seven Strategies for Building Positive Classrooms เขียนโดย Carol Gerber Allred ตีพิมพ์ในวารสาร Educational Leadership ประจำเดือนกันยายน 2508 โดยผู้เขียนได้เสนอความคิดในการสร้างบรรยากาศเชิงบวกในชั้นเรียนด้วยกลยุทธ์ 7 ประการ ดังนี้
1. จัดการเรียนรู้ให้สัมพันธ์กับผู้เรียน (Make Learning Relevant) ผู้เรียนจะเกิดการเรียนรู้และรักษาความรู้ไว้ได้ดีมากขึ้น หากสิ่งที่เรียนนั้นสัมพันธ์กับความสำเร็จ และความสุขของผู้เรียนเอง
2. สร้างพฤติกรรมที่ต้องการให้เกิดขึ้นในชั้นเรียนร่วมกัน (Create a Classroom Code of
Conduct) ห้องเรียนที่มีบรรยากาศในด้านบวกต้องการความเข้าใจพฤติกรรมทั้งด้านบวกและด้านลบ ผู้สอนและผู้เรียนต้องยึดหลักที่ว่าปฎิบัติต่อบุคคลอื่นด้วยพฤติกรรมที่เราต้องการให้คนอื่นปฏิบัติต่อเรา
3. สอนการปฏิบัติตนเชิงบวก (Teach Positive Actions) สอนให้ผู้เรียนปฎิบัติตนใน
เชิงบวก ไม่ใช่สอนให้นักเรียนรู้อย่างเดียว หลักสูตรการปฏิบัติตนเชิงบวก ครอบคลุมแนวคิดต่อไปนี้
3.1 ความสำคัญของพฤติกรรมเชิงบวก ทำให้เราภาคภูมิในในตนเอง
3.2 พฤติกรรมเชิงบวก ส่งผลดีต่อสุขภาพ
3.3 พฤติกรรมเชิงบวกช่วยส่งเสริมสติปัญญา
3.4 พฤติกรรมเชิงบวกส่งผลดีต่อการจัดการตนเอง
3.5 พฤติกรรมเชิงบวกช่วยส่งเสริมความเข้าในอันดีกับบุคคลอื่น
3.6 พฤติกรรมเชิงบวกด้านความสื่อสัตย์ต่อตนเอง และผู้อื่น
3.7 พฤติกรรมเชิงบวกสำหรับการพัฒนาตนเองให้ดีขึ้นอยู่เสมอ
4. ปลูกฝังแรงจูงใจภายในตัวผู้เรียน (Instill Intrinsic Motivation) สอนให้ผู้เรียนเข้าใจว่า
มนุษย์มีความคิดที่ดีเกี่ยวกับตนเอง เมื่อตนเองแสดงพฤติกรรมที่เป็นบวกออกมา ฝึกให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ว่าการคิดเชิงบวกจะนำไปสู่การกระทำในเชิงบวกด้วยเช่นกัน และจะนำไปสู่การคิดที่ดีเกี่ยวกับตนเอง เมื่อผู้เรียนได้รับการเสริมแรงจากครูบ่อยครั้งมากขึ้น จะช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจ และปรับปรุงพฤติกรรมของตนเอง
5. ให้การเสริมแรงพฤติกรรมเชิงบวก (Reinforce Positive Behaviors) ครูให้การเสริมแรง
เมื่อผู้เรียนแสดงพฤติกรรมเชิงบวก เป็นการสร้างแรงจูงใจภายในตัวผู้เรียน
6. ให้ความสำคัญกับรูปแบบบทบาทที่เป็นเชิงบวก (Engage Positive Role Models)
สมาชิกในครอบครัว และชุมชนต้องการเข้ามาช่วยเหลือโรงเรียนเกี่ยวกับการจัดการศึกษาให้บุตรหลาน รวมทั้งการเสนอให้แหล่งทรัพยากร นักการศึกษา สามารถบูรณาการสิ่งเหล่านี้ไว้ในกิจกรรมในห้องเรียน และกิจกรรมของโรงเรียน เช่นจัดเป็นกิจกรรมของหลักสูตร การประชุม กิจกรรมหลังเลิกเรียน และการบ้าน เป็นต้น
7. ทำทุกอย่างในเชิงบวกเสมอ (Always Be Positive) กลยุทธ์ที่สำคัญที่สุดคือการคิด
และปฏิบัติในเชิงบวกตั้งแต่กิจกรรมในชั้นเรียนถึงสนามเด็กเล่น และช่วงเวลาที่ผู้เรียนอยู่ในโรงเรียน และหลังเลิกเรียน ทัศนคติเชิงบวกเป็นสาเหตุที่สำคัญของการเปลี่ยนแปลงที่ช่วยให้ชั้นเรียน และโรงเรียนมีบรรยาการในเชิงบวก
จากประเด็จความคิดที่ได้จากบทความนี้ ข้าพเจ้าเห็นด้วยกับความคิดของผู้เขียนบทความในการสร้างบรรยากาศที่เป็นบวก หรือบรรยากาศที่ดีในชั้นเรียน หรือในโรงเรียน เพราะบรรยากาศที่ดีในเชิงบวกเป็นปัจจัยประการหนึ่งที่มีส่วนส่งเสริม และสนับสนุนให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ และสร้างรูปแบบของพฤติกรรมภายในตัวของผู้เรียนแต่ละคน (form their own behaviors) การจัดทำโครงการ Positive Action Program เป็นโครงการที่มีประโยชน์ที่การศึกษาไทยควรจัดทำเช่นเดียวกับที่ประเทศสหรัฐอเมริกาได้จัดทำ และเกิดประโยชน์เป็นอย่างยิ่ง ในการช่วยส่งเสริมความสำเร็จทางวิชาการ และการสร้างคุณลักษณะในตัวผู้เรียน การสร้างบรรยาการในเชิงบวกเป็นสิ่งที่ทำได้ไม่ยากนัก และเป็นสิ่งที่ผู้ปกครองอยากให้เกิดขึ้นในโรงเรียน ภาพบรรยากาศของการดูแลเอาใจใส่ การเห็นคุณค่าของผู้เรียน การให้เกียรติกันและกัน การสร้างแรงบันดาลใจ และการให้ความรู้ที่ดี เป็นตัวอย่างหนึ่งของการสร้างบรรยากาศเชิงบวกในโรงเรียน แต่ข้าพเจ้าคิดว่าการสร้างบรรยากาศเชิงบวกควรมีทุกส่วนภายในโรงเรียน เมื่อผู้เรียนเดินเข้ามาในโรงเรียนควรจะสัมผัสได้กับบรรยากาศที่ดี ที่กระตุ้นความรู้สึกให้อยากที่จะเรียนรู้ อยากกลับเข้ามาศึกษาอย่างต่อเนื่อง แต่ในความเป็นจริงที่พบปัจจุบันครูทุกคนต่างมุ่งมั่นที่จะสอนเพื่อให้ผู้เรียนสอบผ่านการวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ทำให้ละเลยเวลาที่จะดูแลความต้องการของนักเรียนด้านสังคมและอารมณ์ ดังนั้นข้าพเจ้าคิดว่านักการศึกษาที่มีหน้าที่จัดทำหลักสูตรควรคำนึงถึงกลยุทธ์ทั้ง 7 ประการนี้ด้วยในการวางแผนจัดทำหลักสูตรการศึกษาทุกระดับชั้น rrr
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น